นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

01 มกราคม 2564

  1. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวต่อบุคคลที่สามโดยปราศจากการยินยอมจากลูกค้า เว้นแต่เป็นกรณีที่มี ข้อยกเว้นตามกฎหมายให้บริษัทสามารถเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยได้โดยไม่ต้องขอความยินยอมจากลูกค้า อย่างไรก็ดี เพื่อประโยชน์ในการให้บริการแก่ลูกค้า และ/หรือ เพื่อสนับสนุนการดําเนินธุรกิจของบริษัท และ/หรือ เพื่อวัตถุประสงค์อื่น ใดตามที่ได้อธิบายไว้ในนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ บริษัทจะเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า รวมถึงการเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคลให้กับบริษัทในกลุ่มเอ็มบีเคหรือพันธมิตรทางธุรกิจซึ่งทํางานร่วมกับบริษัทหรือบุคคลอื่นที่ต้องทํางานให้บริษัท หรือลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ เช่น บุคคลที่บริษัทได้ว่าจ้างให้ดําเนินงานที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อนําข้อมูล ส่วนบุคคลของลูกค้าไปใช้เพื่อประโยชน์ในการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการในด้านต่าง ๆ แก่ลูกค้ามากยิ่งขึ้น หรือเพื่อ ปรับปรุงและพัฒนารูปแบบการให้บริการและการเข้าถึงเนื้อหาต่าง ๆ ในเว็บไซต์ การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของ เว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันและเครือข่ายที่ให้บริการโดยบริษัท หรือ เพื่อประโยชน์ในการดําเนินกิจการของบริษัท โดยใน การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลดังกล่าว บริษัทจะดําเนินการให้บุคคลเหล่านั้นเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของ ลูกค้าไว้ด้วยมาตรการที่ปลอดภัยและเป็นความลับ และจะไม่นําไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากขอบเขตที่บริษัท ได้กําหนดไว้

ในกรณีที่ลูกค้าเชื่อว่าบุคคลที่บริษัทเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าตามข้างต้น ได้มีการนําข้อมูลส่วนบุคคล ของลูกค้าไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากขอบเขตที่บริษัทได้กําหนดไว้ ลูกค้าสามารถแจ้งบริษัทเพื่อดําเนินการใน ส่วนเกี่ยวข้องต่อไป โดยบริษัทขอแนะนําให้ลูกค้าตรวจสอบไปพร้อมกันด้วยว่า ลูกค้าได้มีการใช้งานเว็บไซต์ สินค้า หรือ บริการของพันธมิตรทางธุรกิจของบริษัทหรือบุคคลอื่นโดยตรงโดยไม่เกี่ยวข้องกับการให้บริการหรือการดําเนินการของ บริษัทหรือไม่เพราะผู้ให้บริการหรือบุคคลอื่นเหล่านั้นอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลกับการใช้บริการของลูกค้าจากการ ใช้งานเว็บไซต์ สินค้าหรือบริการของผู้ให้บริการหรือบุคคลอื่นเหล่านั้นโดยตรง ซึ่งในกรณีดังกล่าวบริษัทไม่สามารถ รับผิดชอบในความปลอดภัยหรือความเป็นส่วนตัวของข้อมูลส่วนบุคคลใดๆ ของลูกค้าที่เก็บรวบรวมโดยเว็บไซต์ ผลิตภัณฑ์ หรือบริการของผู้ให้บริการหรือบุคคลอื่นดังกล่าวเหล่านั้นได้ ลูกค้าจึงควรใช้ความระมัดระวังและตรวจสอบ นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเว็บไซต์ ผลิตภัณฑ์ 

 และบริการของผู้ให้บริการหรือบุคคลอื่นเหล่านั้นด้วย นอกจากนี้ บริษัทจะเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าภายใต้หลักเกณฑ์ที่กฎหมายกําหนด เช่น การเปิดเผยข้อมูลต่อ หน่วยงานราชการ หน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานที่มีหน้าที่กํากับดูแลการให้บริการ หรือหน่วยงานกํากับดูแลลูกค้า รวมถึง ในกรณีที่มีการร้องขอให้เปิดเผยข้อมูลโดยอาศัยอํานาจตามกฎหมาย อาทิ การร้องขอข้อมูลเพื่อการฟ้องร้องหรือ ดําเนินคดีตามกฎหมาย หรือเป็นการร้องขอจากหน่วยงานเอกชน หรือบุคคลภายนอกอื่น ๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับ กระบวนการทางกฎหมายรวมถึงในกรณีที่มีความจําเป็นตามสมควรในการบังคับใช้ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้ของบริษัท ตลอดจนการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่มีการปรับโครงสร้างองค์กร การควบรวมบริษัท การขายกิจการ การขาย สินทรัพย์บางประเภท บริษัทอาจถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนที่บริษัทเก็บรวบรวมไว้ไป ยังบริษัทที่เกี่ยวข้อง ลูกค้าสามารถตรวจสอบรายชื่อบริษัทในกลุ่มเอ็มบีเคหรือพันธมิตรทางธุรกิจซึ่งทํางานร่วมกับบริษัท หรือบุคคลอื่นที่ต้องทํางานให้กับบริษัทหรือลูกค้าทั้งในและต่างประเทศที่บริษัทเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าด้วยได้ จากเว็บไซต์ ทั้งนี้ บริษัทในกลุ่มเอ็มบีเคหรือพันธมิตรทางธุรกิจซึ่งทํางานร่วมกับบริษัทหรือบุคคลอื่นที่ต้องทํางานให้บริษัท หรือลูกค้าทั้งในและต่างประเทศอาจมีการเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ ซึ่งบริษัทจะจัดทํารายชื่อของบุคคลที่บริษัทจะเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าด้วยให้เป็นปัจจุบันเสมอ

 

  1. การเข้าถึงและการปรับปรุงข้อมูลส่วนบุคคล

6.1      ในกรณีที่ลูกค้าไม่ประสงค์จะรับข้อมูลและข่าวสารประชาสัมพันธ์จากบริษัท โปรดแจ้งความประสงค์ได้ ที่ MBK Contact Center: 66 (0) 2853-9000 หรือ E-mail: mbkcontactcenter@mbkgroup.co.th

6.2      ลูกค้าสามารถกรอกแบบฟอร์ม “คําร้องขอเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล” และแจ้งมายังบริษัท เพื่อให้ พิจารณาดําเนินการตามที่ลูกค้าร้องขอ ผ่านช่องทางการติดต่อบริษัทที่ระบุไว้ในข้อ 12 ในกรณีดังต่อไปนี้

6.2.1    เมื่อลูกค้าเชื่อว่าบริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า และลูกค้าประสงค์จะเข้าถึงหรือรับทราบรายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าที่บริษัทได้เก็บรวบรวมไว้ หรือขอรับสําเนาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว 

6.2.2    เมื่อลูกค้ามีความประสงค์จะปรับปรุงแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าให้มีความถูกต้องสมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน 

6.2.3    เมื่อลูกค้าประสงค์จะให้บริษัทระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าเป็นการชั่วคราว

 6.2.4    เมื่อลูกค้าประสงค์จะคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับลูกค้ารวมถึงคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า 

6.2.5    เมื่อลูกค้าประสงค์จะให้บริษัทดําเนินการลบข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าออกจากระบบ หรือฐานข้อมูลลูกค้าของบริษัท 

6.2.6    เมื่อลูกค้าประสงค์จะถอนความยินยอมที่เคยให้แก่บริษัทในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า 

6.2.7     เมื่อลูกค้าประสงค์จะขอรับทราบความมีอยู่ ลักษณะของข้อมูลส่วนบุคคล วัตถุประสงค์ของการนําข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าไปใช้โดยบริษัท

6.2.8    เมื่อลูกค้าประสงค์จะขอให้บริษัทเปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับลูกค้าในกรณีที่เป็นข้อมูลซึ่งลูกค้าไม่ได้ให้ความยินยอมให้การเก็บรวบรวม

โดยบริษัทจะพิจารณาและแจ้งผลการพิจารณาตามคําร้องของลูกค้าภายใน 30 วันนับแต่วันที่บริษัทได้รับคําร้อง ขอดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถปฏิเสธการใช้สิทธิของลูกค้าได้ภายใต้เงื่อนไขตามที่กฎหมายกําหนด ทั้งนี้ หาก บริษัทไม่สามารถดําเนินการตามคําขอของลูกค้าได้ บริษัทจะทําการบันทึกการปฏิเสธคําขอพร้อมด้วยเหตุผลไว้

6.3      ในกรณีที่ลูกค้าไม่ยินยอมให้บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลบางประเภท หรือให้ บริษัทดําเนินการลบข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าออกจากระบบของบริษัท หรือถอนความยินยอมที่ลูกค้าเคยให้ไว้อาจ ส่งผลให้บริษัทไม่

สามารถดําเนินการตามคําขอของลูกค้าหรือให้บริการลูกค้าได้ หรืออาจทําให้บริการที่ลูกค้าได้รับจาก บริษัทถูกจํากัด หรือไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร

6.4      บริษัทจะพยายามอย่างเต็มที่ตามความสามารถของระบบงานที่เกี่ยวข้องเพื่ออํานวยความสะดวกและ ดําเนินการตามคําร้องขอของลูกค้า เว้นแต่จะปรากฏข้อเท็จจริงว่า การดําเนินการตามคําร้องขอนั้นเสี่ยงต่อการละเมิด นโยบายความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานรายอื่น หรือเป็นการขัดต่อกฎหมาย หรือนโยบายความปลอดภัยของระบบหรือกรณี ที่เป็นการพ้นวิสัยในทางปฏิบัติตามคําร้องขอ

6.5      กรณีที่ลูกค้าเห็นว่าบริษัทเก็บรวมรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า และลูกค้ามีความประสงค์ที่จะใช้สิทธิหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสิทธิของลูกค้า ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ใน เรื่องดังต่อไปนี้

6.5.1    สิทธิในการได้รับแจ้งข้อมูล (Right to be informed) 

6.5.2    สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม (Right to Withdraw Consent) 

6.5.3    สิทธิในการเข้าถึงข้อมูล (Right of Access)

6.5.4    สิทธิในการแก้ไขข้อมูล (Right to Rectification)

6.5.5    สิทธิในการลบข้อมูล (Right to Erasure)

6.5.6    สิทธิในการจํากัดการประมวลข้อมูล (Right to Restrict Processing) 

6.5.7    สิทธิในการขอโอนข้อมูล (Right to Data Portability)

6.5.8    สิทธิในการทักท้วง (Right to Object) โปรดติดต่อหรือยื่นคําร้องขอมายังบริษัททางช่องทางที่ระบุไว้ในข้อ 12

 

  1. มาตรการความมั่นคงปลอดภัยในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทให้ความสําคัญกับความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าอย่างเคร่งครัด และบริษัทมีมาตรการ รักษาความปลอดภัย รวมถึงมีระบบเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ปลอดภัยและเหมาะสม เพื่อป้องกัน ไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าสูญหาย ถูกใช้ เข้าถึง เปลี่ยนแปลง หรือเปิดเผย โดยไม่ได้รับอนุญาต บริษัทจํากัดการ เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าสําหรับพนักงาน ตัวแทน ผู้รับจ้างและบุคคลภายนอกที่มีความจําเป็นต้องได้รับข้อมูล และพวกเขาจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าภายใต้เงื่อนไขที่บริษัทกําหนดเท่านั้น

 อนึ่ง บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งแก่ลูกค้าผู้เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลและให้ เป็นไปตามที่กฎหมายกําหนด และในกรณีที่บริษัทจะว่าจ้างบริษัทบุคคลภายนอก ให้ดําเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล ของลูกค้า บริษัทจะคัดเลือกบริษัทที่มีระบบการคุ้มครองข้อมูลที่ได้มาตรฐานและจัดทําข้อตกลงที่เกี่ยวกับการเก็บรักษา ข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามนโยบายเช่นเดียวกัน

ในกรณีที่มีเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าเกิดขึ้น บริษัทจะแจ้งให้

สํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลโดยไม่ชักช้าภายใน 72 ชั่วโมง นับแต่ทราบเหตุเท่าที่สามารถกระทําได้ เว้นแต่การละเมิดดังกล่าวไม่มีความ เสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของลูกค้า ในกรณีที่การละเมิดมีความเสี่ยงสูงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและ เสรีภาพของลูกค้า บริษัทจะแจ้งเหตุการณ์ละเมิดให้ลูกค้าทราบพร้อมกับแนวทางการเยียวยาโดยไม่ชักช้า

 

  1. การเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน ผลิตภัณฑ์และบริการของบุคคลภายนอก

เว็บไซต์ของบริษัทอาจมีลิ้งก์เชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์ ผลิตภัณฑ์ และบริการของบุคคลภายนอก ซึ่งบุคคลภายนอก เหล่านั้นอาจเก็บรวบรวมข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับการใช้บริการของลูกค้า โดยบริษัทไม่สามารถรับผิดชอบในความ ปลอดภัยหรือความเป็นส่วนตัวของข้อมูลใด ๆ ของลูกค้าที่เก็บรวบรวมโดยเว็บไซต์ ผลิตภัณฑ์ หรือบริการของ บุคคลภายนอกดังกล่าว ลูกค้าควรใช้ความระมัดระวังและตรวจสอบนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเว็บไซต์ ผลิตภัณฑ์ และบริการของบุคคลภายนอกเหล่านั้นด้วย

 

  1. การใช้บังคับนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้มีผลใช้บังคับกับข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดที่บริษัทเป็นผู้เก็บรวบรวม ใช้ และ เปิดเผย และลูกค้าตกลงให้บริษัทมีสิทธิในการเก็บรวบรวม และนําข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าที่บริษัทได้เก็บรวบรวมไว้ แล้ว (หากมี) ตลอดจนข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าที่บริษัทเก็บรวบรวมในปัจจุบัน และที่จะได้เก็บรวบรวมในอนาคต ไปใช้ หรือเปิดเผยแก่บุคคลอื่นภายในขอบเขตตามที่ระบุไว้ในนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้

10. การทบทวนนโยบาย

ด้วยธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบต่อสังคม บริษัทและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะทบทวนนโยบายฉบับนี้ อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง

11. กฎหมายที่ใช้บังคับและเขตอํานาจศาล

นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้อยู่ภายใต้การบังคับและตีความตามกฎหมายไทย และให้ศาลไทยเป็นผู้มีอํานาจในการพิจารณาข้อพิพาทใดที่อาจเกิดขึ้น

12. ช่องทางการติดต่อ

หากลูกค้ามีข้อสงสัยหรือคําถามเกี่ยวกับนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ลูกค้าสามารถติดต่อมายัง บริษัท เอ็ม บี เค เรียลเอสเตท จํากัด ทางช่องทางดังต่อไปนี้

- ส่งจดหมายมายัง บริษัท เอ็ม บี เค เรียล เอสเตท จํากัด เลขที่ 59/5 ห้องเลขที่ 3A02 ชั้น 3 อาคารพาราไดซ์เพลส ถนนศรีนครินทร์ แขวงบางบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ 10250 

- ช่องทางการติดต่อ โทร. : 66 (0) 2022-0000 

- หรือติดต่อ MBK Contact Center: 66 (0) 2853-9000

- E-mail: mbkcontactcenter@mbkgroup.co.th

 บริษัทได้มอบหมายและแต่งตั้งให้ นายสุริยา จันทร์ตระกูล เป็นเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยให้มี อํานาจและหน้าที่ในฐานะเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กําหนด และเป็นผู้ประสานงานเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท

- สถานที่ติดต่อ : บริษัท เอ็ม บี เค เรียล เอสเตท จํากัด เลขที่ 59/5 ห้องเลขที่ 3A02 ชั้น 3 อาคารพาราไดซ์เพลส ถนนศรีนครินทร์ แขวงบางบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ 10250 

- ช่องทางการติดต่อ โทร. : 66 (0) 2022-0000

- E-mail : Suriya@mbkrealestate.co.th

ในกรณีมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับบริษัท ลูกจ้างหรือพนักงานของบริษัทฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย เจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลสามารถร้องเรียนต่อหน่วยงานกํากับดูแล ตามรายละเอียดดังนี้

สํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

สถานที่ติดต่อ :  ชั้น 7 อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา  ถนนแจ้งวัฒนะแขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210

ทั้งนี้ เจ้าของข้อมูลจําต้องดําเนินการร้องเรียนภายในระยะเวลาตามที่กฎหมายกําหนด


โดยมติคณะกรรมการบริษัท

ประกาศ ณ วันที่ 1 กรกฎาคม 2563



นายหัชพงศ์ โภคัย

กรรมการผู้จัดการธุรกิจ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์